แผนติว TOEIC 30 วัน จาก 400 ถึง 500 ให้ถึง 600 คะแนน พร้อมตารางรายสัปดาห์และวิธีวัดผล
อัปเดต 2026-09-30 · English เทพ
คะแนน 600 เป็นเส้นที่บริษัทจำนวนมากใช้เป็นเกณฑ์รับสมัครงานหรือปรับตำแหน่ง และเป็นเป้าหมายที่คนไทยส่วนใหญ่ที่เริ่มจาก 400 ถึง 500 คะแนนไปถึงได้ภายใน 1 เดือน ถ้าฝึกถูกวิธี เหตุผลคือช่วงคะแนน 400 ถึง 600 ยังเป็นช่วงที่คะแนนขึ้นจาก "รู้จักข้อสอบ" และ "รู้ศัพท์ธุรกิจพื้นฐาน" ล้วน ๆ ยังไม่ต้องอาศัยความสามารถทางภาษาระดับสูง แผนในบทความนี้ออกแบบมาสำหรับคนที่มีเวลาเรียนวันละ 2 ถึง 3 ชั่วโมง ทำงานหรือเรียนไปด้วยได้ และวัดผลด้วยตัวเลขจริงทุกสัปดาห์
ก่อนเริ่มขอให้ตรงไปตรงมากับตัวเอง 1 เรื่อง แผน 30 วันได้ผลกับคนที่ทำจริงต่อเนื่อง ไม่ใช่คนที่ทำ 3 วันแล้วหยุด 4 วัน ถ้าคุณมีเวลาน้อยกว่าวันละ 2 ชั่วโมง ให้ยืดแผนนี้เป็น 45 วันแทน อย่าตัดเนื้อหาทิ้ง
ทำไมจาก 400 ถึง 500 ไป 600 ถึงทำได้ใน 30 วัน
ลองแยกดูว่าคะแนน 600 ต้องทำถูกประมาณกี่ข้อ ตารางแปลงคะแนนของแต่ละชุดข้อสอบไม่เท่ากันและไม่ได้เปิดเผยเป็นทางการ แต่จากประสบการณ์ของผู้สอบจำนวนมาก คะแนนรวม 600 มักตรงกับการทำถูกราว 60 ถึง 65 ข้อในแต่ละส่วนจาก 100 ข้อ ส่วนคนที่ได้ 450 มักทำถูกราว 45 ถึง 50 ข้อต่อส่วน พูดง่าย ๆ คือคุณต้องทำถูกเพิ่มขึ้นส่วนละประมาณ 15 ข้อ รวม 30 ข้อจาก 200 ข้อ
30 ข้อฟังดูเยอะ แต่ลองดูว่ามันมาจากไหนได้บ้าง
- Part 1 และ Part 2 (31 ข้อ): คนระดับ 450 มักทำถูกราว 18 ข้อ เมื่อรู้กับดักและฝึกฟังคำแรกของคำถาม ขึ้นไปที่ 24 ถึง 26 ข้อได้ใน 2 สัปดาห์ ได้มาแล้ว 6 ถึง 8 ข้อ
- Part 5 (30 ข้อ): ข้อ grammar ราว 60% ของ Part นี้ตอบได้ด้วยกฎไม่กี่ข้อ คนระดับ 450 มักถูก 14 ถึง 16 ข้อ ฝึกจนถูก 21 ถึง 23 ข้อไม่ยาก ได้มาอีก 6 ถึง 8 ข้อ
- Part 7 (54 ข้อ): คนระดับ 450 มักทำไม่ทันและเดาทิ้งราว 15 ถึง 20 ข้อ แค่บริหารเวลาให้ทำได้ครบและอ่านแบบ scanning ก็ได้เพิ่ม 8 ถึง 10 ข้อ
- Part 3 และ Part 4 (69 ข้อ): การอ่านคำถามล่วงหน้าเพียงอย่างเดียวเพิ่มได้ 6 ถึง 10 ข้อ
รวมกันแล้วเกิน 30 ข้อโดยไม่ต้องอาศัยข้อยาก ๆ เลย นี่คือเหตุผลที่แผนนี้เน้นเก็บคะแนนจากรูปแบบข้อสอบและศัพท์ที่ออกซ้ำ ไม่ใช่การเรียน grammar ทุกบทตั้งแต่ต้น
วันที่ 0: ทำ mock test ก่อนเริ่มแผน
ก่อนเริ่มวันแรกให้ทำข้อสอบแนว TOEIC เต็มชุด 200 ข้อจับเวลาจริง 1 ครั้งที่ หน้า mock test จดคะแนนแยกทีละ Part เก็บไว้ อย่าเพิ่งท้อถ้าคะแนนต่ำกว่าที่คิด เพราะตัวเลขนี้คือจุดตั้งต้นที่จะบอกว่าคุณควรทุ่มเวลาไปที่ไหน
สิ่งที่ต้องจดจาก mock test ครั้งแรก
- จำนวนข้อที่ถูกในแต่ละ Part ทั้ง 7 Part
- จำนวนข้อใน Reading ที่ทำไม่ทันและต้องเดา
- Part ที่รู้สึกว่าทำได้แต่ผิดเยอะ (แปลว่ามีกับดักที่ยังไม่รู้)
- คำศัพท์ที่ไม่รู้ในข้อที่ตอบผิด จดลงสมุดหรือไฟล์โน้ตอะไรก็ได้ที่คุณเปิดดูทุกวัน
เวลาที่ใช้ต่อวัน
แผนนี้ใช้เวลาวันละ 2 ชั่วโมง 30 นาทีในวันทำงาน และ 3 ถึง 4 ชั่วโมงในวันหยุดที่ต้องทำ mock test แบ่งเป็น 3 ก้อนที่ทำแยกช่วงเวลาได้
| ก้อน | เวลา | ทำอะไร | ทำตอนไหนดี |
|---|---|---|---|
| ทวนศัพท์ | 20 นาที | ทวนคำเก่าตามรอบ spaced repetition และเพิ่มคำใหม่ 15 ถึง 20 คำ | เช้าหรือระหว่างเดินทาง |
| ฝึกหลัก | 90 นาที | เนื้อหาตามตารางของสัปดาห์นั้น ทำโจทย์ ตรวจเฉลย อ่านคำอธิบายทุกข้อที่ผิด | ช่วงที่มีสมาธิที่สุดของวัน |
| ฟังเสริม | 20 ถึง 30 นาที | ฟังบทสนทนาหรือบทพูดภาษาอังกฤษแนวธุรกิจซ้ำโดยไม่ดูโจทย์ | ก่อนนอนหรือระหว่างทำงานบ้าน |
กฎที่สำคัญกว่าจำนวนชั่วโมงคือ "ตรวจเฉลยให้นานเท่ากับเวลาทำโจทย์" คนส่วนใหญ่ทำโจทย์ 30 ข้อใน 15 นาที แล้วดูเฉลยแค่ว่าถูกกี่ข้อ ซึ่งแทบไม่ได้อะไร คุณต้องอ่านว่าทำไมข้อที่ถูกจึงถูก และทำไมตัวเลือกที่คุณเลือกจึงผิด ข้อสอบแนว TOEIC ใน หน้าฝึกทำข้อสอบ มีคำอธิบายทั้ง 2 ด้านครบทุกข้อ ใช้ตรงนี้ให้คุ้ม
ภาพรวมแผน 4 สัปดาห์
| สัปดาห์ | จุดเน้น | Part ที่ฝึก | เป้าหมายปลายสัปดาห์ |
|---|---|---|---|
| 1 | รู้จักข้อสอบและเก็บคะแนนง่าย | Part 1, Part 2, Part 5 | Part 1 ถูก 5 จาก 6 · Part 2 ถูก 18 จาก 25 · Part 5 ถูก 20 จาก 30 |
| 2 | ฟังบทยาวและอ่านล่วงหน้า | Part 3, Part 4, Part 6 | Part 3 และ Part 4 รวมถูก 42 จาก 69 · Part 6 ถูก 11 จาก 16 |
| 3 | บริหารเวลาการอ่าน | Part 7 เป็นหลัก ทวน Part 5 | Part 7 ทำครบ 54 ข้อใน 55 นาที ถูก 32 ขึ้นไป |
| 4 | ทำเต็มชุดและอุดจุดอ่อน | ทุก Part | mock test ได้ 600 ขึ้นไป 2 ครั้งติดกัน |
สัปดาห์ที่ 1: รู้จักข้อสอบและเก็บคะแนนง่าย
สัปดาห์แรกเน้น Part ที่คะแนนขึ้นเร็วที่สุด 3 Part คือ Part 1, Part 2 และ Part 5 เพื่อให้เห็นผลเร็วและมีกำลังใจทำต่อ ก่อนเริ่มควรอ่านโครงสร้างข้อสอบทั้ง 7 Part ให้เข้าใจก่อน 1 รอบ
| วัน | ฝึกหลัก (90 นาที) | ศัพท์ใหม่ |
|---|---|---|
| 1 | อ่านโครงสร้างข้อสอบ · ฝึก Part 1 จำนวน 12 ข้อ · ท่องกริยาบรรยายท่าทางและคำบอกตำแหน่ง 30 คำ | สำนักงานและอุปกรณ์ 20 คำ |
| 2 | Part 2 จำนวน 25 ข้อ · แยกประเภทคำถาม WH, Yes/No, choice, tag · จดข้อที่ผิดว่าโดนหลอกแบบไหน | การประชุมและนัดหมาย 20 คำ |
| 3 | Part 5 จำนวน 30 ข้อ เน้น part of speech · สรุปกฎ suffix ที่บอกชนิดคำ | บุคลากรและการจ้างงาน 20 คำ |
| 4 | Part 5 จำนวน 30 ข้อ เน้น verb tense และ subject-verb agreement · จดคำบอกเวลาที่บังคับ tense | การเงินและบัญชี 20 คำ |
| 5 | Part 2 จำนวน 25 ข้อ + Part 1 จำนวน 6 ข้อ · ฝึกจับคำแรกของคำถาม · ทวนข้อผิดของวัน 2 | การเดินทางและโรงแรม 20 คำ |
| 6 | Part 5 จำนวน 30 ข้อ เน้น preposition และ conjunction · ทำตารางคู่คำที่สับสน | การขายและการตลาด 20 คำ |
| 7 | ทำ Part 1, 2, 5 รวม 61 ข้อจับเวลา · เทียบกับ mock test วันที่ 0 · ทวนศัพท์ทั้งสัปดาห์ 120 คำ | ไม่เพิ่มคำใหม่ ทวนอย่างเดียว |
เมื่อจบสัปดาห์ Part 1 ควรถูกอย่างน้อย 5 จาก 6 ข้อ Part 2 ถูกอย่างน้อย 18 จาก 25 และ Part 5 ถูกอย่างน้อย 20 จาก 30 ถ้ายังไม่ถึง ให้ทำวันที่ 7 ซ้ำอีกวันก่อนขึ้นสัปดาห์ที่ 2 ไม่ต้องรีบ
สัปดาห์ที่ 2: ฟังบทยาวและอ่านล่วงหน้า
สัปดาห์นี้คือหัวใจของ Listening เพราะ Part 3 และ Part 4 รวมกันมี 69 ข้อ มากกว่าครึ่งของส่วน Listening ทักษะที่ต้องได้คือ "อ่านคำถาม 3 ข้อให้จบก่อนเสียงเริ่ม" และ "ตอบให้เสร็จก่อนเสียงอ่านคำถามซ้ำ" แล้วรีบไปอ่านชุดถัดไป
| วัน | ฝึกหลัก (90 นาที) | ศัพท์ใหม่ |
|---|---|---|
| 8 | Part 3 จำนวน 5 บท (15 ข้อ) แบบไม่จับเวลา · ฝึกอ่านคำถามล่วงหน้าและขีดคำสำคัญ · ฟังซ้ำบทที่ผิดพร้อมอ่าน script | การผลิตและโรงงาน 20 คำ |
| 9 | Part 4 จำนวน 5 บท (15 ข้อ) · ฝึกจับ 3 อย่างจากประโยคแรก ใครพูด พูดกับใคร ที่ไหน | การขนส่งและคลังสินค้า 20 คำ |
| 10 | Part 3 จำนวน 7 บท (21 ข้อ) เน้นข้อ graphic และข้อถามเจตนา · Part 6 จำนวน 2 ชิ้น (8 ข้อ) | ร้านอาหารและการบริการ 20 คำ |
| 11 | Part 4 จำนวน 5 บท (15 ข้อ) เน้นข้อ "What will listeners do next" · Part 6 จำนวน 2 ชิ้น เน้น sentence insertion | อสังหาริมทรัพย์และสำนักงาน 20 คำ |
| 12 | Part 3 และ Part 4 อย่างละ 4 บท ต่อเนื่องแบบมีเสียงบังคับจังหวะ ห้ามกดหยุด | เทคโนโลยีและอุปกรณ์ 20 คำ |
| 13 | Part 5 จำนวน 30 ข้อทวนทุกหัวข้อ · Part 6 จำนวน 4 ชิ้น (16 ข้อ) จับเวลา 10 นาที | สุขภาพและสวัสดิการ 20 คำ |
| 14 | mock test ครั้งที่ 2 เต็มชุด 200 ข้อ · ตรวจเฉลยละเอียด 60 นาที · เปรียบเทียบทีละ Part กับวันที่ 0 | ทวนอย่างเดียว |
เป้าหมายปลายสัปดาห์คือ Part 3 และ Part 4 รวมกันถูก 42 ข้อขึ้นไปจาก 69 และ Part 6 ถูก 11 ข้อขึ้นไปจาก 16 คะแนนรวมจาก mock test ครั้งที่ 2 ควรอยู่ราว 520 ถึง 560 ถ้ายังต่ำกว่า 500 ให้ดูว่าส่วนไหนต่ำผิดปกติแล้วยืมวันจากสัปดาห์ที่ 3 มาทวนส่วนนั้น 2 วัน
สัปดาห์ที่ 3: บริหารเวลาการอ่าน
Part 7 คือ Part ที่คนระดับ 450 เสียคะแนนมากที่สุด ไม่ใช่เพราะอ่านไม่ออก แต่เพราะทำไม่ทัน สัปดาห์นี้จึงฝึก 2 อย่างควบกันคืออ่านคำถามก่อนแล้วกลับไปหาคำตอบ (scanning) และคุมเวลาต่อชุดให้ได้ ชุดเดี่ยวไม่เกิน 4 นาที ชุดคู่ไม่เกิน 6 นาที ชุด 3 ชิ้นไม่เกิน 7 นาที
| วัน | ฝึกหลัก (90 นาที) | ศัพท์ใหม่ |
|---|---|---|
| 15 | Part 7 single passage 5 ชุด แบบไม่จับเวลา · ฝึกดูหัวเอกสาร ผู้ส่ง ผู้รับ วันที่ ก่อนอ่านเนื้อ | อีเมลและจดหมายธุรกิจ 20 คำ |
| 16 | Part 7 single passage 10 ชุด (29 ข้อ) จับเวลา 28 นาที · จดข้อที่ใช้เวลาเกิน | โฆษณาและส่วนลด 20 คำ |
| 17 | Part 7 double passage 3 ชุด · ฝึกหาข้อที่ต้องอ่านข้ามเอกสาร · Part 5 จำนวน 20 ข้อ จับเวลา 8 นาที | สัญญาและกฎระเบียบ 20 คำ |
| 18 | Part 7 triple passage 3 ชุด · ฝึกโยงข้อมูลจาก 3 ชิ้น เช่น ตาราง อีเมล แบบฟอร์ม | บทความและข่าว 20 คำ |
| 19 | Part 7 เต็ม 54 ข้อ จับเวลา 55 นาที · ตรวจเฉลย 35 นาที | รีวิวและความคิดเห็นลูกค้า 20 คำ |
| 20 | Reading เต็มส่วน Part 5 ถึง 7 จำนวน 100 ข้อ จับเวลา 75 นาที · ดูว่าใช้เวลาแต่ละ Part เท่าไร | การเดินทางเพื่อธุรกิจ 20 คำ |
| 21 | mock test ครั้งที่ 3 เต็มชุด · ตรวจเฉลย · จัดอันดับ 3 หัวข้อที่ยังผิดเยอะสุด | ทวนอย่างเดียว |
เป้าหมายคือทำ Part 7 ครบ 54 ข้อใน 55 นาทีโดยถูก 32 ข้อขึ้นไป และ mock test ครั้งที่ 3 ควรอยู่ราว 560 ถึง 600 ถ้าทำไม่ทันเป็นเพราะอ่านทุกบรรทัด ให้กลับไปฝึกอ่านคำถามก่อนอีกครั้ง ถ้าทำทันแต่ผิดเยอะ แสดงว่ายังขาดศัพท์ ให้เพิ่มคำใหม่เป็นวันละ 25 คำใน 10 วันสุดท้าย
สัปดาห์ที่ 4: ทำเต็มชุดและอุดจุดอ่อน
สัปดาห์สุดท้ายไม่มีเนื้อหาใหม่ มีแต่ทำข้อสอบแนว TOEIC เต็มชุดสลับกับการทวนหัวข้อที่ยังผิด และรักษาระดับความอึดให้นั่งทำ 2 ชั่วโมงติดได้โดยสมาธิไม่หลุด
| วัน | ฝึกหลัก | ศัพท์ |
|---|---|---|
| 22 | ทวนหัวข้อที่ผิดมากอันดับ 1 จากวัน 21 อย่างเดียว 90 นาที เช่น ถ้าเป็น Part 2 ให้ทำ 50 ข้อพร้อมวิเคราะห์กับดัก | ทวนคำที่ยังจำไม่ได้ |
| 23 | mock test ครั้งที่ 4 เต็มชุด (3 ชั่วโมงรวมตรวจเฉลย) | ทวนคำจากข้อที่ผิด |
| 24 | ทวนหัวข้อที่ผิดมากอันดับ 2 · Part 5 จำนวน 30 ข้อ จับเวลา 10 นาที | ทวนคำที่ยังจำไม่ได้ |
| 25 | Listening เต็มส่วน 100 ข้อ ห้ามหยุดเสียง · ตรวจเฉลยเฉพาะข้อผิด | ทวนคำจากข้อที่ผิด |
| 26 | mock test ครั้งที่ 5 เต็มชุด | ทวนคำที่ยังจำไม่ได้ |
| 27 | ทวนหัวข้อที่ผิดมากอันดับ 3 · Part 6 จำนวน 4 ชิ้นจับเวลา 10 นาที | ทวนทั้งหมด 400 คำแบบเร็ว |
| 28 | mock test ครั้งที่ 6 เต็มชุด · ถ้าได้ 600 ขึ้นไป 2 ครั้งติด แปลว่าพร้อม | ทวนคำที่ยังจำไม่ได้ |
| 29 | ทำเบา ๆ Part 1, 2 และ Part 5 อย่างละ 1 รอบ · อ่านสรุปกับดักของทุก Part | ทวนคำที่ยังจำไม่ได้ |
| 30 | พัก ไม่ทำโจทย์ ทวนศัพท์ 20 นาที นอนให้พอ เตรียมของและเส้นทางสำหรับวันสอบจริง | ทวน 20 นาที |
วิธีวัดผลด้วย mock test
ตลอด 30 วันคุณจะทำ mock test เต็มชุดทั้งหมด 7 ครั้ง (วันที่ 0, 14, 21, 23, 26, 28 และอาจเพิ่มได้ในวันที่ 29 ถ้าต้องการ) ทุกครั้งให้จดตัวเลข 3 ชุดนี้ลงตารางเดียวกันเพื่อดูแนวโน้ม
| ตัวชี้วัด | วันที่ 0 (ตัวอย่างระดับ 450) | เป้าวันที่ 14 | เป้าวันที่ 21 | เป้าวันที่ 28 |
|---|---|---|---|---|
| Listening ถูก (จาก 100) | 46 | 54 | 60 | 65 |
| Reading ถูก (จาก 100) | 44 | 52 | 58 | 63 |
| ข้อที่เดาเพราะไม่ทัน | 18 | 10 | 4 | 0 |
| คะแนนรวมโดยประมาณ | 450 | 530 | 580 | 620 |
ตัวเลขคะแนนรวมเป็นค่าประมาณจากคะแนนดิบ ไม่ใช่ตารางแปลงอย่างเป็นทางการ แต่พอใช้ดูแนวโน้มได้ สิ่งที่ควรดูมากกว่าคะแนนรวมคือ "ข้อที่เดาเพราะไม่ทัน" ต้องลดลงเป็น 0 ก่อนวันที่ 28 และคะแนนแต่ละ Part ต้องไม่ต่ำลงจากครั้งก่อนเกิน 2 ข้อ ถ้าต่ำลงแปลว่าเหนื่อยสะสมหรือทำตอนไม่มีสมาธิ ให้พักแล้วทำใหม่ อย่าเพิ่งสรุปว่าตัวเองถอยหลัง
เคล็ดลับการทำ mock test ให้สะท้อนของจริง
- ทำในเวลาเดียวกับเวลาสอบจริงของคุณ ร่างกายจะได้ชินกับการใช้สมาธิช่วงนั้น
- ทำ Listening ต่อด้วย Reading ทันทีโดยไม่พักกลางทาง เพราะของจริงไม่มีพัก
- ปิดโทรศัพท์ ไม่เปิดพจนานุกรม ไม่กดหยุดเสียง
- ฝนคำตอบลงกระดาษแยกหรือจดเลขข้อกับตัวเลือกให้ครบ เพื่อฝึกไม่ให้ฝนข้อผิดตำแหน่ง
ทวนศัพท์แบบ spaced repetition
คนส่วนใหญ่ท่องศัพท์วันละ 20 คำ แต่ผ่านไป 2 สัปดาห์จำได้ไม่ถึงครึ่ง เพราะทวนผิดจังหวะ spaced repetition คือการทวนคำเดิมซ้ำเป็นรอบที่ห่างขึ้นเรื่อย ๆ ทวนตอนที่กำลังจะลืมพอดี สมองจะจำได้นานขึ้นทุกครั้งที่ทวน วิธีทำง่าย ๆ โดยไม่ต้องใช้เครื่องมืออะไรพิเศษคือให้แต่ละชุดคำที่เรียนในวันหนึ่ง ถูกทวนซ้ำในวันที่ 1, 3, 7, 14 และ 30 นับจากวันที่เรียนครั้งแรก
| รอบทวน | ห่างจากวันเรียน | ทำอย่างไร | ใช้เวลา |
|---|---|---|---|
| รอบ 1 | 1 วัน | ดูคำอังกฤษ นึกความหมายไทยและประโยคตัวอย่าง คำที่นึกไม่ออกให้ทำเครื่องหมาย | 5 นาที |
| รอบ 2 | 3 วัน | ดูความหมายไทย นึกคำอังกฤษ (ยากขึ้นเพราะกลับด้าน) | 5 นาที |
| รอบ 3 | 7 วัน | แต่งประโยคสั้น ๆ ของตัวเองด้วยคำที่ยังทำเครื่องหมายอยู่ | 5 นาที |
| รอบ 4 | 14 วัน | ทวนเฉพาะคำที่ยังมีเครื่องหมาย คำที่ถูก 3 ครั้งติดให้เอาออกจากรอบ | 3 นาที |
| รอบ 5 | 30 วัน | ทวนรวมทุกคำที่เคยพลาดก่อนวันสอบ | 10 นาที |
เมื่อรวมกันแล้ว วันหนึ่ง ๆ คุณจะทวนศัพท์ประมาณ 4 ชุด (ชุดใหม่ของเมื่อวาน ชุดของ 3 วันก่อน ชุดของสัปดาห์ก่อน และชุดของ 2 สัปดาห์ก่อน) ใช้เวลารวมราว 20 นาทีตามที่วางไว้ในก้อน "ทวนศัพท์" คำศัพท์ที่ควรใช้คือศัพท์ธุรกิจที่ออกซ้ำในข้อสอบ ไม่ใช่ศัพท์ทั่วไปจากพจนานุกรม ดูรายการแยกหมวดพร้อมประโยคตัวอย่างและคำแปลได้ที่ หน้าคำศัพท์ เลือกหมวดตามตารางแต่ละวันได้เลย
ข้อควรระวัง 2 ข้อ ข้อแรกคืออย่าท่องคำโดด ๆ ให้ท่องพร้อมประโยคตัวอย่างเสมอ เพราะข้อสอบ Part 5 และ Part 7 วัดว่าคุณรู้ว่าคำนั้นใช้กับคำอะไร (collocation) เช่น "meet the deadline" ไม่ใช่ "reach the deadline" ข้อสองคือคำที่จำได้แล้วให้เอาออกจากรอบทวนจริง ๆ ไม่งั้นรายการจะยาวจนท้อและเลิกทวนทั้งหมด
ข้อผิดพลาดที่ทำให้แผน 30 วันล้ม
- ทำโจทย์แต่ไม่ตรวจเฉลย: จำนวนข้อที่ทำไม่ได้ทำให้คะแนนขึ้น การเข้าใจว่าทำไมผิดต่างหากที่ทำให้คะแนนขึ้น
- ข้ามการทำ mock test เพราะกลัวคะแนนไม่ดี: ยิ่งกลัวยิ่งต้องทำ เพราะ mock test คือเครื่องมือเดียวที่บอกว่าแผนได้ผลหรือไม่
- เรียน grammar จากบทที่ 1 ถึงบทสุดท้าย: ข้อสอบออก grammar ไม่กี่หัวข้อซ้ำ ๆ เรียนเฉพาะที่ออกพอ
- ท่องศัพท์วันละ 50 คำแต่ไม่ทวน: ท่อง 20 คำแล้วทวนตามรอบดีกว่าท่อง 50 คำแล้วลืม
- ฝึก Listening โดยเปิดเสียงซ้ำหลายรอบ: ครั้งแรกให้ฟังรอบเดียวเสมอ แล้วค่อยเปิดซ้ำตอนตรวจเฉลย ไม่งั้นจะไม่ชินกับของจริง
สรุป
แผน 30 วันนี้เริ่มจากวัดจุดตั้งต้นด้วย mock test แล้วเก็บคะแนนตามลำดับที่ขึ้นเร็วที่สุด สัปดาห์ที่ 1 เก็บ Part 1, Part 2 และ Part 5 สัปดาห์ที่ 2 ฝึกฟังบทยาวใน Part 3 และ Part 4 พร้อม Part 6 สัปดาห์ที่ 3 คุมเวลา Part 7 และสัปดาห์ที่ 4 ทำเต็มชุดสลับอุดจุดอ่อน ควบคู่กับการทวนศัพท์วันละ 20 นาทีตามรอบ spaced repetition ทำครบตามนี้ คนที่เริ่มจาก 400 ถึง 500 ส่วนใหญ่จะเห็นคะแนน mock test แตะ 600 ในสัปดาห์สุดท้าย และถ้ายังไม่ถึง ตัวเลขจากตารางวัดผลจะบอกคุณเองว่าต้องยืดเวลาเพิ่มอีกกี่วันที่ Part ไหน
TOEIC เป็นเครื่องหมายการค้าของ ETS (Educational Testing Service) เว็บไซต์นี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ETS และเนื้อหาทั้งหมดเป็นข้อสอบแนว TOEIC ที่แต่งขึ้นเพื่อการฝึกฝนเท่านั้น
คำถามที่พบบ่อย
จาก 450 ไป 600 คะแนนใน 30 วัน เป็นไปได้จริงไหม
เป็นไปได้สำหรับคนส่วนใหญ่ เพราะช่วง 400 ถึง 600 คะแนนขึ้นจากการรู้จักรูปแบบข้อสอบ กับดักที่ออกซ้ำ ศัพท์ธุรกิจพื้นฐาน และการบริหารเวลา ซึ่งฝึกได้ใน 1 เดือน โดยต้องทำถูกเพิ่มราว 30 ข้อจาก 200 ข้อ เงื่อนไขคือต้องฝึกต่อเนื่องวันละ 2 ถึง 3 ชั่วโมงและตรวจเฉลยทุกข้อที่ผิด
ต้องใช้เวลาเรียนวันละกี่ชั่วโมง
แผนนี้ใช้วันละประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที แบ่งเป็นทวนศัพท์ 20 นาที ฝึกหลัก 90 นาที และฟังเสริม 20 ถึง 30 นาที ส่วนวันที่ทำ mock test เต็มชุดใช้ 3 ถึง 4 ชั่วโมง ถ้ามีเวลาน้อยกว่านี้ให้ยืดแผนเป็น 45 วันแทนการตัดเนื้อหา
ควรทำ mock test บ่อยแค่ไหน
ตลอด 30 วันควรทำข้อสอบแนว TOEIC เต็มชุด 200 ข้อจับเวลาจริงประมาณ 7 ครั้ง คือวันที่ 0 เพื่อวัดจุดตั้งต้น ปลายสัปดาห์ที่ 2 และ 3 และในสัปดาห์สุดท้ายอีก 3 ครั้ง ทุกครั้งจดจำนวนข้อถูกแยกทีละ Part และจำนวนข้อที่เดาเพราะทำไม่ทัน เพื่อดูแนวโน้ม
spaced repetition คืออะไร ทำอย่างไรโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ
คือการทวนคำศัพท์ชุดเดิมซ้ำเป็นรอบที่ห่างขึ้นเรื่อย ๆ ตอนที่กำลังจะลืมพอดี วิธีง่ายที่สุดคือทวนคำที่เรียนในวันหนึ่งซ้ำในวันที่ 1, 3, 7, 14 และ 30 นับจากวันที่เรียน ใช้เวลารวมวันละราว 20 นาที คำที่ตอบถูก 3 ครั้งติดให้เอาออกจากรอบ
ถ้าจบ 30 วันแล้ว mock test ยังไม่ถึง 600 ควรทำอย่างไร
ดูตารางวัดผลว่า Part ไหนต่ำกว่าเป้ามากที่สุด แล้วใช้แผนของสัปดาห์ที่ตรงกับ Part นั้นซ้ำอีก 7 วัน เช่น ถ้า Part 7 ทำไม่ทัน ให้ทำสัปดาห์ที่ 3 ซ้ำ ระหว่างนั้นทวนศัพท์ต่อตามรอบเดิม แล้วทำ mock test ใหม่ทุก 3 ถึง 4 วันจนได้ 600 ขึ้นไป 2 ครั้งติด
ควรเริ่มฝึก Part ไหนก่อนถ้าคะแนนอยู่ที่ 400 ถึง 500
เริ่มจาก Part 1, Part 2 และ Part 5 ในสัปดาห์แรก เพราะรูปแบบซ้ำ กับดักคาดเดาได้ และคะแนนขึ้นเร็วที่สุด เมื่อได้ฐานแล้วค่อยไปฝึกฟังบทยาวใน Part 3 และ Part 4 แล้วปิดท้ายด้วยการคุมเวลา Part 7 ซึ่งเป็นแหล่งคะแนนก้อนใหญ่ที่สุด