เทคนิคทำ TOEIC Part 5 ให้เร็วและถูก: มองตัวเลือกก่อน ดูคำข้างช่องว่าง พร้อม 10 ตัวอย่างเฉลยละเอียด
อัปเดต 2026-09-30 · English เทพ
Part 5 มี 30 ข้อ เป็น Part แรกของส่วน Reading และเป็น Part ที่ตัดสินว่าคุณจะมีเวลาเหลือทำ Part 7 หรือไม่ คนที่ใช้เวลากับ Part 5 นาน 20 นาทีมักไปทำ Part 7 ไม่ทันและต้องเดาทิ้งเป็นสิบข้อ ในขณะที่คนที่ทำ Part 5 จบใน 10 ถึง 12 นาทีจะมีเวลาอ่านเอกสารยาว ๆ อย่างสบาย เป้าหมายของบทความนี้จึงไม่ใช่แค่ทำ Part 5 ให้ถูก แต่ต้องถูกและเร็วในเวลาเดียวกัน ข้อละ 20 ถึง 25 วินาที
ข่าวดีคือ Part 5 เป็น Part ที่ฝึกแล้วเห็นผลเร็วที่สุดใน Reading เพราะข้อสอบวนอยู่กับหัวข้อ grammar ไม่กี่หัวข้อ และมีวิธีดูโจทย์ที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ตั้งแต่ยังไม่ได้อ่านทั้งประโยค บทความนี้จะสอนวิธีนั้นทีละขั้น พร้อมตัวอย่างประโยคที่แต่งขึ้นใหม่ 10 ข้อและเฉลยละเอียด
ขั้นที่ 1 มองตัวเลือกก่อน ยังไม่ต้องอ่านโจทย์
นิสัยแรกที่ต้องสร้างคือเมื่อเปิดมาเจอข้อใหม่ ให้กวาดตาไปที่ตัวเลือก A ถึง D ก่อนโจทย์ เพราะตัวเลือกจะบอกทันทีว่าข้อนี้เป็นข้อ grammar หรือข้อ vocabulary และ 2 แบบนี้ใช้วิธีทำต่างกันสิ้นเชิง
| ลักษณะตัวเลือก | ประเภทข้อ | ต้องอ่านโจทย์แค่ไหน | ตัวอย่างตัวเลือก |
|---|---|---|---|
| คำรากเดียวกัน 4 รูป ต่างกันที่ suffix | grammar: part of speech | อ่านแค่คำหน้าและหลังช่องว่าง | rely, reliable, reliably, reliability |
| กริยาเดียวกัน 4 รูปต่าง tense | grammar: verb tense หรือ agreement | หาประธานและคำบอกเวลา | approve, approved, will approve, has approved |
| pronoun 4 รูป | grammar: pronoun | ดูว่าช่องว่างเป็นประธาน กรรม หรือเจ้าของ | he, him, his, himself |
| preposition หรือ conjunction คละกัน | grammar: การเชื่อม | ดูว่าหลังช่องว่างเป็นคำนามหรือประโยค | despite, although, because of, during |
| คำต่างกัน 4 คำ ชนิดเดียวกัน | vocabulary | ต้องอ่านทั้งประโยค | offer, receive, conduct, extend |
ข้อ grammar มีราว 60% ของ Part 5 และส่วนใหญ่ตอบได้ภายใน 10 ถึง 15 วินาทีถ้ารู้จุดที่ต้องดู เวลาที่ประหยัดได้ตรงนี้คือเวลาที่คุณจะเอาไปใช้กับข้อ vocabulary และ Part 7 ทีหลัง
ขั้นที่ 2 อ่านคำข้างเคียงช่องว่าง
สำหรับข้อ grammar คำที่อยู่ติดช่องว่างทั้งซ้ายและขวาคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุด ลองจำแบบแผนพวกนี้ให้ขึ้นใจ
- the ___ of หรือ a ___ of ช่องว่างเป็นคำนาม (noun) เกือบทุกครั้ง
- คำนาม ___ กริยา ตำแหน่งระหว่างประธานกับกริยา ช่องว่างมักเป็น adverb
- be ___ + คำนาม เช่น is ___ for ช่องว่างมักเป็น adjective
- adjective ___ ที่ตามด้วยกริยา ช่องว่างเป็นคำนามที่ทำหน้าที่ประธาน
- กริยา ___ กรรม ช่องว่างระหว่างกริยากับกรรม เช่น "reviewed ___ the proposal" มักเป็น adverb
- คำนำหน้า (a, an, the, this, these, our) ___ ถ้าถัดไปเป็นกริยา ช่องว่างเป็นคำนาม ถ้าถัดไปเป็นคำนาม ช่องว่างเป็น adjective
เมื่อรู้ว่าช่องว่างต้องการคำชนิดไหน ที่เหลือคือดูตัวเลือกว่าคำไหนเป็นชนิดนั้น ซึ่งดูได้จาก suffix โดยไม่ต้องรู้ความหมายของคำเลยด้วยซ้ำ
Part of speech: ดูท้ายคำแล้วรู้ชนิด
ข้อ part of speech คือข้อที่ออกบ่อยที่สุดใน Part 5 และเป็นข้อที่ควรทำถูก 100% เพราะไม่ต้องรู้ความหมาย ตารางนี้สรุป suffix ที่พบบ่อย
| ชนิดคำ | suffix ที่พบบ่อย | ตัวอย่าง | ตำแหน่งที่มักอยู่ |
|---|---|---|---|
| noun | -tion, -sion, -ment, -ness, -ity, -ance, -ence, -er, -or, -ist | decision, payment, awareness, security, attendance, supervisor | ประธาน กรรม หลัง the/a/of |
| verb | -ize, -ify, -ate, -en | organize, notify, evaluate, shorten | หลังประธาน หลัง to หลัง modal |
| adjective | -ive, -ous, -ful, -less, -able, -ible, -al, -ent, -ant | effective, cautious, careful, affordable, financial, efficient | หน้าคำนาม หลัง be หลัง seem/become |
| adverb | -ly | carefully, recently, significantly | หน้าหรือหลังกริยา หน้า adjective ต้นประโยค |
ระวังคำที่ลงท้ายด้วย -ly แต่เป็น adjective เช่น friendly, costly, timely, likely และคำที่ลงท้าย -ing กับ -ed ซึ่งอาจเป็น adjective ได้ เช่น a promising candidate, an experienced manager ถ้าเจอตัวเลือกแบบนี้ให้ดูตำแหน่งเป็นหลัก ไม่ใช่ท้ายคำอย่างเดียว
Verb tense: หาคำบอกเวลาให้เจอ
ข้อ verb tense ในข้อสอบแนว TOEIC แทบไม่เคยให้เดา ประโยคจะมีคำบอกเวลาซ่อนอยู่เสมอ หน้าที่ของคุณคือหาให้เจอ แล้วจับคู่กับ tense ที่ถูกต้อง
| คำบอกเวลาหรือสัญญาณ | tense ที่ต้องใช้ | รูปกริยา |
|---|---|---|
| yesterday, last week, in 2019, ago, when + past | past simple | submitted, announced |
| every day, usually, each month, currently (สภาพทั่วไป) | present simple | submits, announce |
| currently, at the moment, right now | present continuous | is submitting |
| since, for + ช่วงเวลา, so far, recently, over the past year | present perfect | has submitted |
| tomorrow, next month, soon, as soon as (ในประโยคหลัก) | future | will submit, is going to submit |
| by the time + present, by next Friday, by the end of the year | future perfect | will have submitted |
| by the time + past, before + past event | past perfect | had submitted |
กับดักที่ออกบ่อยคือ time clause ที่ขึ้นต้นด้วย when, as soon as, after, before, until ถ้าพูดถึงอนาคต ประโยคย่อยจะใช้ present simple แม้ประโยคหลักจะเป็น future เช่น "We will call you as soon as the shipment arrives" ไม่ใช่ "will arrive"
Subject-verb agreement: หาประธานตัวจริง
ข้อ agreement มักซ่อนประธานตัวจริงไว้ห่างจากกริยา โดยแทรกวลีบุพบทหรือ relative clause คั่นกลาง เช่น "The list of new employees ___ posted on the board" ประธานคือ list (เอกพจน์) ไม่ใช่ employees ดังนั้นต้องใช้ is ไม่ใช่ are วิธีทำคือขีดฆ่าวลีที่ขึ้นด้วย of, in, with, for และประโยคย่อย who/which/that ในใจ แล้วดูว่าประธานที่เหลือเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์
- each, every, either, neither, everyone, anything ตามด้วยกริยาเอกพจน์เสมอ
- a number of + พหูพจน์ ใช้กริยาพหูพจน์ แต่ the number of ใช้กริยาเอกพจน์
- คำนามที่ลงท้าย -s แต่เป็นเอกพจน์ เช่น news, headquarters (ใช้ได้ทั้ง 2 แบบ), economics
- ประธานที่เป็น gerund เช่น "Attending the workshops is mandatory" ใช้กริยาเอกพจน์
Preposition ที่ออกบ่อย
ข้อ preposition ตอบได้ 2 ทาง ทางแรกคือดูคำที่ตามหลังหรือนำหน้าซึ่งมักจับคู่ตายตัว (collocation) ทางที่สองคือดูความหมายเรื่องเวลาและสถานที่ ตารางนี้รวมคู่ที่ออกซ้ำ
| preposition | ใช้กับ | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| by | กำหนดเส้นตาย (ไม่เกิน) และผู้กระทำใน passive | by Friday, written by the director |
| until | ต่อเนื่องจนถึงจุดเวลาหนึ่ง | closed until Monday, wait until 5 P.M. |
| within | ภายในช่วงเวลา | within 30 days, within walking distance |
| during | ระหว่างช่วงเวลาที่เป็นคำนาม | during the meeting, during the summer |
| for | ระยะเวลา และวัตถุประสงค์ | for three years, for the launch |
| since | จุดเริ่มต้นในอดีต ใช้กับ present perfect | has worked here since 2020 |
| at / on / in (เวลา) | เวลาชัดเจน / วัน / เดือน ปี ช่วงยาว | at 9 A.M., on Monday, in March |
| at / on / in (สถานที่) | จุด / พื้นผิว / ภายในพื้นที่ | at the entrance, on the third floor, in the lobby |
| throughout | ทั่วทั้งพื้นที่หรือตลอดช่วงเวลา | throughout the building, throughout the year |
| regarding / concerning | เกี่ยวกับ (ทางการ) | questions regarding the policy |
กริยาและคำนามที่จับคู่กับ preposition ตายตัวก็ออกบ่อย เช่น comply with, participate in, contribute to, responsible for, familiar with, in accordance with, in response to, in charge of ให้ท่องเป็นชุดพร้อมกันไปเลย
Conjunction ที่ออกบ่อย และวิธีแยกจาก preposition
ข้อสอบชอบเอาคำที่ความหมายเหมือนกันแต่ชนิดต่างกันมาให้เลือก กฎเดียวที่ต้องจำคือ conjunction ตามด้วยประโยค (มีประธานและกริยา) ส่วน preposition ตามด้วยคำนามหรือ gerund
| ความหมาย | conjunction (+ ประโยค) | preposition (+ คำนาม) | adverb เชื่อมประโยค (ตามด้วย comma) |
|---|---|---|---|
| ขัดแย้ง | although, even though, though, while, whereas | despite, in spite of | however, nevertheless |
| เหตุผล | because, since, as, now that | because of, due to, owing to | therefore, thus, as a result |
| เวลา | when, while, before, after, until, as soon as, once | during, before, after, until, prior to | then, meanwhile, afterward |
| เงื่อนไข | if, unless, provided that, as long as, in case | in case of, in the event of | otherwise |
| วัตถุประสงค์ | so that, in order that | for, in order to + กริยา | ไม่มี |
สังเกตว่า before, after และ until ใช้ได้ทั้ง 2 แบบ จึงไม่ค่อยเป็นคำตอบในข้อที่ตัวเลือกคละชนิด ข้อสอบมักให้ despite กับ although มาคู่กัน หรือ because กับ because of ให้ดูหลังช่องว่างว่ามีกริยาหรือไม่ก็จบ นอกจากนี้ยังมี correlative conjunction ที่ต้องมาเป็นคู่ คือ both ... and, either ... or, neither ... nor, not only ... but also ถ้าเห็นคำใดคำหนึ่งในประโยค คำตอบคือคู่ของมัน
ข้อ vocabulary: อ่านทั้งประโยคแล้วหาคำใบ้
ข้อ vocabulary ใช้เวลามากกว่าข้อ grammar เพราะต้องรู้ความหมาย ให้อ่านทั้งประโยคแล้วมองหา 3 อย่าง คือคำที่จับคู่กับช่องว่างตายตัว (เช่น ___ a deadline ต้องเป็น meet) คำที่บอกทิศทางความหมายเช่น unfortunately, successfully, despite และกรรมของกริยา (เช่น ถ้ากรรมคือ a survey กริยาที่ใช้คือ conduct ไม่ใช่ make) ถ้าไม่รู้จริง ๆ ให้ตัดตัวเลือกที่แน่ใจว่าผิดแล้วเดาทันที อย่าค้างเกิน 30 วินาที และจดคำนั้นไว้ทวนใน หน้าคำศัพท์ ทีหลัง
ตัวอย่างประโยค 10 ข้อพร้อมเฉลย
ทุกข้อแต่งขึ้นใหม่ ลองทำเองก่อนโดยจับเวลาข้อละ 25 วินาที แล้วค่อยอ่านเฉลย
Ms. Okafor's presentation was so ___ that several clients asked for a copy of the slides. (A) inform (B) informative (C) information (D) informatively
เฉลย B ช่องว่างอยู่หลัง was so และตามด้วย that จึงเป็นโครงสร้าง so + adjective + that ต้องใช้ adjective คือ informative · inform เป็นกริยา · information เป็นคำนาม ใช้กับ so ไม่ได้ในตำแหน่งนี้ · informatively เป็น adverb ไม่ใช่คำที่บรรยายประธาน presentation
By the time the auditors arrive next week, the accounting team ___ all of the invoices. (A) files (B) filed (C) will have filed (D) is filing
เฉลย C "By the time + present simple" ที่พูดถึงอนาคต (next week) บังคับให้ประโยคหลักใช้ future perfect เพื่อบอกว่างานจะเสร็จก่อนจุดเวลานั้น · files เป็นปัจจุบันไม่สื่อว่าเสร็จก่อน · filed เป็นอดีตขัดกับ next week · is filing เป็นการกระทำที่กำลังเกิด ไม่ใช่เสร็จก่อน
Each of the regional managers ___ required to submit a budget proposal before Friday. (A) is (B) are (C) were (D) being
เฉลย A ประธานตัวจริงคือ Each ซึ่งเป็นเอกพจน์เสมอ วลี of the regional managers เป็นแค่ส่วนขยาย จึงใช้ is · are และ were เป็นพหูพจน์ · being ไม่ใช่กริยาแท้ ใช้เดี่ยว ๆ เป็นกริยาหลักไม่ได้
The warehouse will remain closed ___ the end of the inventory count. (A) until (B) by (C) since (D) during
เฉลย A remain closed เป็นสภาพต่อเนื่องที่จะสิ้นสุด ณ จุดเวลาหนึ่ง จึงใช้ until · by ใช้กับการกระทำที่เสร็จภายในกำหนด ไม่ใช้กับสภาพต่อเนื่อง · since ต้องใช้กับ present perfect และจุดเวลาในอดีต · during ตามด้วยช่วงเวลา แต่ the end เป็นจุด ไม่ใช่ช่วง
___ the shipment arrived two days late, the customer did not request a refund. (A) Despite (B) Although (C) However (D) Because of
เฉลย B หลังช่องว่างเป็นประโยคเต็ม (the shipment arrived) จึงต้องใช้ conjunction และความหมายเป็นการขัดแย้งกัน คำตอบคือ Although · Despite และ Because of เป็น preposition ตามด้วยคำนามเท่านั้น · However เป็น adverb ต้องมี comma และไม่ใช้เชื่อม 2 ประโยคแบบนี้
Please ___ the attached form and return it to the Human Resources office by Thursday. (A) complete (B) conduct (C) achieve (D) perform
เฉลย A เป็นข้อ vocabulary กรรมคือ form ซึ่งจับคู่กับ complete (กรอกให้ครบ) · conduct ใช้กับ survey, research, interview · achieve ใช้กับ goal, target · perform ใช้กับ task, duty, well ไม่ใช้กับแบบฟอร์ม
Employees who wish to attend the workshop should register ___ by the end of the week. (A) they (B) their (C) themselves (D) them
เฉลย C ประธาน Employees เป็นผู้ลงทะเบียนให้ตัวเอง ประธานกับกรรมเป็นคนเดียวกันจึงต้องใช้ reflexive pronoun คือ themselves · they เป็นรูปประธาน ใส่ตำแหน่งกรรมไม่ได้ · their ต้องตามด้วยคำนาม · them หมายถึงคนอื่น ไม่ใช่ตัวเอง
The technician ___ replaced the faulty cable before the morning shift began. (A) quick (B) quickly (C) quickness (D) quicker
เฉลย B ช่องว่างอยู่ระหว่างประธาน (The technician) กับกริยา (replaced) ตำแหน่งนี้เป็นของ adverb ที่ขยายกริยา คือ quickly · quick และ quicker เป็น adjective ขยายกริยาไม่ได้ · quickness เป็นคำนาม ทำให้ประโยคมีประธาน 2 ตัวซ้อนกัน
The director suggested ___ the product launch until the marketing materials are ready. (A) postpone (B) to postpone (C) postponing (D) postponed
เฉลย C suggest เป็นกริยาที่ตามด้วย gerund (V-ing) ไม่ใช่ to + กริยา จึงต้องใช้ postponing · postpone รูปธรรมดาตามหลัง suggested ตรง ๆ ไม่ได้ · to postpone ผิดเพราะ suggest ไม่รับ infinitive · postponed เป็นรูปอดีตหรือ participle ไม่ทำหน้าที่กรรมของ suggested ได้ กริยากลุ่มเดียวกันที่ควรจำคือ recommend, consider, avoid, finish, enjoy, mind
The updated software runs ___ faster than the previous version. (A) very (B) much (C) more (D) most
เฉลย B faster เป็นรูป comparative อยู่แล้ว คำที่ใช้เน้นความต่างของ comparative คือ much (หรือ far, a lot, considerably, significantly) · very ใช้กับรูปธรรมดา (very fast) ไม่ใช้กับ comparative · more ซ้ำซ้อนกับ -er ที่มีอยู่แล้ว · most ใช้กับ superlative ซึ่งไม่เข้ากับ than
ถ้าทำได้ 8 ข้อขึ้นไปในเวลาที่กำหนด แสดงว่าพร้อมไปฝึกชุดใหญ่ ถ้าต่ำกว่านั้นให้ดูว่าผิดหัวข้อไหนซ้ำ แล้วกลับไปอ่านตารางของหัวข้อนั้นอีกครั้งก่อนทำต่อ ฝึกข้อสอบแนว TOEIC Part 5 ชุดละ 30 ข้อพร้อมเฉลยที่อธิบายทั้งข้อถูกและตัวหลอกได้ที่ หน้าฝึกทำข้อสอบ
ลำดับการทำ 1 ข้อใน 25 วินาที
- 0 ถึง 3 วินาที: มองตัวเลือก ตัดสินว่าเป็นข้อ grammar หรือ vocabulary
- 3 ถึง 10 วินาที: ข้อ grammar ให้อ่านคำหน้าและหลังช่องว่าง หาประธาน หาคำบอกเวลา ตอบได้ก็ตอบเลย
- 10 ถึง 20 วินาที: ถ้ายังไม่แน่ใจ อ่านทั้งประโยค ตัดตัวเลือกที่ผิดชัดเจน
- 20 ถึง 25 วินาที: เหลือ 2 ตัวเลือกให้เลือกที่เข้ากับบริบทมากกว่า แล้วไปข้อต่อไปทันที ทำเครื่องหมายไว้ถ้ามีเวลาค่อยกลับมา
กฎเหล็กคือห้ามค้างข้อใดเกิน 40 วินาที เพราะ 30 ข้อของ Part 5 มีค่าข้อละ 1 คะแนนเท่ากับข้อใน Part 7 ที่คุณจะเสียไปถ้าทำไม่ทัน
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ Part 5 ช้าและผิด
- อ่านโจทย์ก่อนดูตัวเลือก: เสียเวลาแปลทั้งประโยคทั้งที่ข้อ part of speech ตอบได้จาก 2 คำรอบช่องว่าง
- เลือกจากความคุ้นตา: เห็นคำที่เคยเจอบ่อยแล้วเลือกเลยโดยไม่ดูตำแหน่ง ข้อสอบตั้งใจใส่คำคุ้น ๆ มาหลอกตรงนี้
- หยุดที่คำบอกเวลาคำแรก: บางประโยคมีคำบอกเวลา 2 คำ เช่น last year กับ since then ต้องดูว่าคำไหนคุมกริยาในช่องว่าง
- ไม่ท่อง collocation: ข้อ vocabulary กว่าครึ่งตอบได้จากคู่คำที่ใช้ด้วยกันบ่อย ไม่ใช่จากความหมายในพจนานุกรม
- ทวนข้อที่ผิดโดยไม่จดหัวข้อ: ให้จดทุกข้อที่ผิดว่าเป็นหัวข้ออะไร (tense, agreement, preposition ฯลฯ) ภายใน 1 สัปดาห์จะเห็นชัดว่าต้องซ่อมเรื่องไหน
สรุป
Part 5 ทำให้เร็วและถูกได้ด้วยลำดับเดียวคือ มองตัวเลือกก่อนเพื่อรู้ประเภทข้อ อ่านคำข้างเคียงช่องว่างเพื่อรู้ชนิดคำที่ต้องการ ใช้ suffix ตัดสิน part of speech หาคำบอกเวลาสำหรับ verb tense หาประธานตัวจริงสำหรับ subject-verb agreement และดูว่าหลังช่องว่างเป็นคำนามหรือประโยคสำหรับ preposition กับ conjunction ส่วนข้อ vocabulary ให้พึ่ง collocation และคำใบ้ในประโยค ฝึกจนทำ 30 ข้อได้ใน 10 ถึง 12 นาที แล้วลองวัดผลรวมกับ Part อื่นในข้อสอบเต็มชุดที่ หน้า mock test คุณจะเห็นว่าเวลาที่เหลือจาก Part 5 ไปโผล่เป็นคะแนนใน Part 7 อย่างชัดเจน
TOEIC เป็นเครื่องหมายการค้าของ ETS (Educational Testing Service) เว็บไซต์นี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ETS และเนื้อหาทั้งหมดเป็นข้อสอบแนว TOEIC ที่แต่งขึ้นเพื่อการฝึกฝนเท่านั้น
คำถามที่พบบ่อย
ควรใช้เวลาทำ Part 5 กี่นาที
ควรทำ 30 ข้อให้จบภายใน 10 ถึง 12 นาที หรือเฉลี่ยข้อละ 20 ถึง 25 วินาที และห้ามค้างข้อใดเกิน 40 วินาที เพื่อเก็บเวลาไว้ให้ Part 7 ซึ่งมี 54 ข้อและต้องอ่านเอกสารยาว
ทำไมต้องมองตัวเลือกก่อนอ่านโจทย์
เพราะตัวเลือกบอกได้ทันทีว่าเป็นข้อ grammar หรือ vocabulary ถ้าตัวเลือกเป็นคำรากเดียวกัน 4 รูป หรือกริยาเดียวกันต่าง tense เป็นข้อ grammar ซึ่งอ่านแค่คำรอบช่องว่างก็ตอบได้ ถ้าเป็นคำต่างกัน 4 คำชนิดเดียวกัน เป็นข้อ vocabulary ที่ต้องอ่านทั้งประโยค
จะรู้ได้อย่างไรว่าช่องว่างต้องการคำชนิดไหน
ดูคำที่อยู่ติดช่องว่าง เช่น the ___ of ต้องเป็น noun ตำแหน่งระหว่างประธานกับกริยาเป็น adverb หลัง be และหน้าคำนามเป็น adjective จากนั้นดู suffix ของตัวเลือก เช่น -tion และ -ment เป็น noun, -ive และ -able เป็น adjective, -ly เป็น adverb
despite กับ although ต่างกันอย่างไร
ความหมายเหมือนกันคือ "แม้ว่า" แต่ despite เป็น preposition ต้องตามด้วยคำนามหรือ gerund ส่วน although เป็น conjunction ต้องตามด้วยประโยคที่มีประธานและกริยา ให้ดูหลังช่องว่างว่ามีกริยาหรือไม่ก็ตอบได้ทันที คู่ because กับ because of ก็ใช้หลักเดียวกัน
ข้อ vocabulary ใน Part 5 ควรทำอย่างไรถ้าไม่รู้ศัพท์
อ่านทั้งประโยคแล้วหาคำใบ้ 3 อย่าง คือคำที่จับคู่กับช่องว่างตายตัว (collocation) คำที่บอกทิศทางความหมาย และกรรมของกริยา ตัดตัวเลือกที่ผิดชัดเจนออกแล้วเดาทันทีโดยไม่ค้างเกิน 30 วินาที จากนั้นจดคำนั้นไว้ทวนทีหลัง